วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Lasso Tool เครื่องมือใน Adobe Photoshop CS5

เครื่องมือใน Tool Box ลำดับที่ 3 คือ Lasso Tool ซึ่งรวมเครื่่องมือที่เกียวข้องและทำหน้าที่คล้ายๆ กัน ดังนี้
1. Lasso Tool จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเลือกแบบลายเส้นเปรียบเสมือนปากกาที่ใช้ลากกำหนดเป้าหมายที่ต้องการนำไปใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์จะกำหนดได้ด้วยมือเรา ดังตัวอย่างต่อไปนี้

2. Polygonal Lasso Tool จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดเป้าหมายด้วยการคลิกให้เป้าหมายสามารุบรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามเราคลิกเมาส์ คือเมื่อเราคลิกจากจุดเริ่มต้นครั้งแรกพอคลิกครั้งที่สองก็จะมีเส้นตรงไปยืนยันภายใต้ตำแหน่่งที่เราคลิกครั้งนี้น เปรียบเสมือนว่าถ้าเรานิ่งพอก็จจะสามารถกำหนดเป้าหมายได้ตามวัตถุประสงค์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

3. Magnetic Lasso Tool จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเลือกเป้าหมายโดยการดูดเหมือนแม่เหล็กอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้ามีสีที่สามารถเข้าด้วยกันได้ก็จะดูดสีนั้นตามมาด้วย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
















วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ขั้นตอนการติดตั้ง Microsoft Office 2010

1.ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Setup.exe
2.อ่านข้อตกลงของบริษัท แล้วทำการคลิกเลือกที่ I accept the terms of this agreement เพื่อยอมรับข้อตกลงของบริษัท แล้วคลิก Continue
3.Choose the installation you want จะมีให้เราเลือกติดตั้ง 2 แบบด้วยกัน คือ แบบ Upgrade จะเป็นการติดตั้งตัวนี้ลงไปเลยโดยจะล้างโปรแกรมร่นที่ต่ำกว่าออกหมด และเเบบ Customize จะให้เราสามารถปรับแต่งได้เอง ให้ทำคลิกเลือกที่ Customize
4.ในหัวข้อ Upgrade จะมีให้เลือก 3 แบบ
-Remove all previous verins. คือ ลบรุ่นก่อนหน้านี้ออกทั้งหมด
-Keep all previous versions. คือ เก็บรุ่นก่อนหน้านี้ทั้งหมด
-Remove only the following applications: คือ ลบเฉพาะโปรแกรมต่อไปนี้ ให้เราเลือกลบหรือไม่ลบโปรแกรม
5.ในหัวข้อ Installation Optios ให้เราเลือกจะเอาหรือไม่เอาโปรแกรมย่อยอีกที
6.ในหัวข้อ File Location ให้เรากำหนดพื้นที่สำหรับติดตั้งว่าจะเอาไว้ไหน
7.ในหัวข้อ User Information ให้เราทำการกำหนดข้อมูลของผู้ใช้
8.ที่หัวข้อ Upgrade เลือกเป็น Keep all previous versions. เพื่อไม่ให้เวอร์ชั่นเก่ากว่านี้หายไป แล้วคลิก Upgrade ที่มุมล่างขวามือ
9.รอโปรแกรม Installation Progress จนเสร็จ
10.คลิกที่ Close คลิก Yes ทำการ Restart เพื่อให้โปรแกรมสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
11.เสร็จสิ้นการติดตั้ง Microsoft Office 2010

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ขั้นตอนการติดตั้งวินโดว์ 7



1. ตั้งค่าใน BIOS SETUP UTILITY โดยให้ BOOT ที่่่ [DVDROM] โดยตั้งที่ First Boot Device ให้เป็น [DVDROM]
2. ถึงหน้าจอ PTN มันจะมีให้เราเลือกวินโดว์ 2 วินโดว์ กับ Boot ที่ HardDisk ให้เราทำการคลิกเลือกที่ 1 Setup windows 7 หรือ Enter ก็ได้

3. หน้าจอจะขึ้นให้เรากด Key อะไรก็ได้ 1 ครั้ง เพื่อ ติดตั้ง Windows

4. ที่หน้าจอ Install Windows ที่ Langugge to install : .ให้เลือกเป็น English, ที่ Time and Currency format : ให้เลือกเป็น Thai และ ที่ Keyboard or input method : ให้เลือกเป็น US แล้วทำการกด Next
5. ที่หน้าจอ Install Windows จะมีให้เราเลือก 3 อย่าง
- what to know before installing windows จะเป็นอะไรที่ควรรู้ก่อนการติดตั้งวินโดว์

- Repair your computer จะเป็นการซ่อมแซม

- Install now ให้เราคลิกที่นี่เลย
6. Please read the license trems ให้เราอ่านข้อตกลงของบริษัท ให้คลิกที่ช่อง I accept the licenseterms เพื่อยอมรับ ถ้าไม่คลิกจะไม่ให้เราติดตั้งต่อไปได้ ให้เราทำการคลิกแล้วกด Next
7. Which type of installation do you want จะมีให้เลือก 3 ช่องทาง ดังนี้

- Upgrade จะเป็นการ Upgrade packet ใหม่ ๆ

- Custom (advanced) ให้เรากำหนดเอง

- หรือ Help me desing ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการติดตั้ง
8. Where do you want to install windows ให้เราคลิกที่ Drive Options (advanced) ต่อไปให้ลบ ไดร์ C โดยคลิกเลือกที่ Partition โดยสังเกตที่ (Primary) อยู่ด้านหลังของบรรทัด เเล้วกด Delete > OK แล้วคลิกที่หน่วยความจำที่ว่างเพื่อ New สร้าง Drive C: ขึ้นมาใหม่ แล้วคลิกที่ Next เพื่อติดตั้งวินโดว์ที่ Drive C:

9.พอถึงขั้นตอนนี้จะเป็นการ ให้รอจนกว่าการติดตั้งจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

-Copying Windows files คือ คัดลอกไฟล์Expanding

-Windows features คือ ตรวจสอบไฟล์วินโดว์

-Installing features คือ ติดตั้ง แอพพลิเคชั้นเสริม

-Installing updates คือ ติดตั้งและอัพเดท

-Completing installation คือ การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์

10. Help pretect your computer and improve windows automatically เลือก Ask me later

11. Review yourtime and date settings คลิกเลือก Bangkok,Hanoi,Jakarta

12. คลิกเลือก WiFi ที่ต้องการ เเล้วกรอกรหัสผ่าน แล้วกด Next
13. select yout computer's current location เลือก Work network
14. Restart มา เครื่องก็จะติดตั้งวินโดว์ 7 เรียบร้อย จะพบกับ Recycle Bin เพียงอันเดียวบน Desktop เป็นอันว่าเสร็จสิ้น






วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หลักการออกแบบกราฟฟิก

ความสำคัญของการออกแบบ
การออกแบบ มีอิทธิพลต่อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา เกี่ยวข้องกับ ทุกระดับอายุ ทุกเพศ ทุกอาชีพ ทุกคนมีความรักสวย รักงาม ดังสุภาษิตไทยที่ว่า " ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง " เช่น การแต่งกายที่แต่ละคนต่างล้วนเลือกสรรและเลือกอย่างรอบคอบให้เข้ากับบุคลิคและสรีระของตน เริ่มตั้งแต่ ลวดลาย สีเสื้อผ้าจะต้องกลมกลืนเข้ากัน มีผลต่อความสูง ความอ้วน เช่น คนตัวเตี้ยควรจะใส่เสื้อลายเส้นตรงแนวดิ่งที่มีหลายเส้น ส่วนคนอ้วนควรเลือกลายเส้นตรงแนวดิ่งที่มีสามสี่เส้น เน้นสีสดอยู่ส่วนที่เป็นแถบกลางตัว สีเข้มมืดๆอยูแถบข้างลำตัวทั้งสองข้าง เป็นต้น รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆ เช่น แหวน นาฬิกา สร้อยคอ เข็มกลัดติดเสื้อ จนถึงแว่นตา ต้องมีการออกแบบเพื่อให้ถูกใจเหมาะสมผู้ใช้ทั้งสิ้น ถ้ามองไปถึงเก้าอี้นั่ง รูปทรงแบบใดเหมาะกับงานชนิดใด สถานที่ใด เช่น ใช้กับโต๊ะทำงานปกติ ใช้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ติดตั้งบนรถเก๋ง รถโดยสาร รถไฟฟ้า หรือในโรงภาพยนตร์ การเลือกซื้อรถยนต์ เกินกว่า 70 % เลือกที่รูปทรงและสีของรถ แม้แต่เม็ดยาที่เรากินรักษาโรค ยังต้องออกแบบให้มีสีน่ากิน เคลือบรสหวาน รูปทรงกลม มน กลืนง่าย เป็นต้น
มนุษย์เราให้ความสำคัญในด้านการออกแบบมาก จะเห็นได้ว่าการออกแบบศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ควบคู่อยู่กับความสุนทรียะของมนุษย์ตลอดมา
» หลักการออกแบบกราฟิก
» องค์ประกอบในการออกแบบ
» การผลิตวัสดุกราฟิก
» การใช้วัสดุกราฟิกประกอบการสอน
» การจัดองค์ประกอบ

หลักการออกแบบกราฟิก THE PRINCIPLE OF GRAPHIC DESIGN
ก่อนที่จะทำงานออกแบบกราฟิกประเภทใดก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ การกำหนดจุดประสงค์ที่ชัดเจนของงาน เพราะช่องทาง รูปแบบและวิธีการ ของการนำเสนอมีมาก มีความรวดเร็ว ไร้ขอบเขต เช่นใน เว็ปไซต์ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่างๆ ซึ่งต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ทันเหตุการณ์ อาจจะทำให้เกิดความสับสน ยุ่งยากในการดำเนินงาน มีผลกระทบต่อการทำงาน เกิดความไม่เป็นระบบ มีการสูญเสียและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น ดังนั้นผู้ออกแบบจึงควรมีหลักการและข้อควรคำนึงก่อนการเริ่มงานเพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง รัดกุมและวางแผนการดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีตลอดจนจบกระบวนการ ไม่มีปัญหาและอุปสรรค หลักการดำเนินงานออกแบบกราฟิก
หลักการดำเนินงานและการวางแผนขั้นต้นของการออกแบบกราฟฟิกมีดังนี้
1 วัตถุประสงค์เพื่ออะไร ผู้ออกแบบต้องรู้ว่า จะบอกกล่าว เรื่องราวข่าวสารอะไรแก่ผู้รับรู้บ้าง เช่น ทฤษฎีหรือหลักการ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ผู้ออกแบบต้องรู้วิธีการนำเสนอ (Presentation) ที่ดีและเหมาะสมกับเรื่องราวเหล่านั้นว่ามีเป้าหมายของการออกแบบเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น เพื่อแนะนำ เผยแพร่ เพื่อให้ความรู้ หรือความบันเทิงเป็นต้น
2 กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร แบ่งเป็นเพศ ชาย หญิง ่หรือบุคคลทั่วไป มีช่วงอายุเท่าใด นิสิตนักศึกษาหรือเฉพาะกลุ่มสนใจ ข่าวสารที่ให้มีระดับความยาก-ง่าย หรือมีความเป็นสากลหรือไม่ เฉพาะคนในประเทศหรือชาวต่างชาติ ซึ่งผู้ออกแบบจำเป็นจะต้องรู้และเข้าใจเพื่อวางแผน ดำเนินการกับข่าวสาร ออกแบบ และการนำเสนอให้ตรงจุดกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ถูกต้อง
3 สิ่งที่ต้องการบอกคืออะไร หมายถึง วิธีการที่จะสื่อความหมายกับผู้รับรู้หรือกลุ่มเป้าหมาย และถ้าที่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ล่วงหน้า ชัดเจนแล้วก็จะทำให้ผู้ออกแบบมีความสะดวกในการที่จะบอกหรือสื่อความหมายได้ง่ายขึ้น เช่น การเลือกใช้สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และภาพประกอบต่าง ๆสื่อแทนคำศัพท์ ข้อความที่เป็นนามธรรม ได้ตรงตามระดับความสามารถในการรับรู้ของผู้รับ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจในความหมายของข่าวสารนั้น ๆ จำได้ในเวลาอันรวดเร็วและจดจำไว้ตลอดไป
4 นำเสนอข่าวสารด้วยสื่อใด แบบใด ผู้ออกแบบต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเภทของสื่อ ศักยภาพของสื่อชนิดต่างๆ คำนึงถึงการเลือกใช้สื่อในการนำเสนอข่าวสารเป็นรูปแบบใด จึงจะได้ผลดีมีความเหมาะสมกับข่าวสาร และผู้ออกแบบควรจะใช้วิธีการจัดการกับข่าวสารนั้น อย่างไร จึงจะสามารถโน้มน้าวจิตใจและสื่อความหมายต่อผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น โปสเตอร์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ

การออกแบบกราฟิก ส่วนใหญ่เป็นวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกถึงการสื่อความหมายในลักษณะของตัวอักษรและภาพในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางทัศนสัญลักษณ์ (Visual form) ดังนั้นในการออกแบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยว การมองเห็นและจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง
องค์ประกอบในการออกแบบ ( DESIGN ELEMENTS )

1. จุด (Point) จะเป็นจุดที่ชี้ให้เห็น ตำแหน่งในที่ว่าง หรือที่ต่างๆ ไม่มีความกว้าง ความยาว
ความลึก จุดให้ความรู้สึกคงที่ ไม่มีทิศทาง ไม่ครอบคลุมพื้นที่ จุดจะเกิดอยู่ในบริเวณต่างๆดังเช่น จุด A จุด B ดังภาพ
2. เส้น (Line) เส้นเกิดจากการนำจุดหลาย ๆ จุดมาเรียงต่อกัน หรือเกิดจากจุดเคลื่อนที่ เส้นทางที่จุดเคลื่อนที่ไปคือ เส้น มีความยาว ไม่มีความกว้างหรือความหนามาก การกำหนดทิศทางของเส้นให้อยู่ในแนวที่ต่างกัน จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ดูมั่นคง บางครั้งดูเคลื่อนไหว และเจริญงอกงาม เติบโต เช่น
เส้นตั้ง (Vertical Line) ให้ความรู้สึกสูงสง่า แข็งแรง มั่นคง ถ้าสูงมาก ๆ ก็จะให้ความ รู้สึกไม่ปลอดภัย แต่จะบอกความเติบโต ถ้านำมาประยุกต์ในการแต่งกาย โดยใส่เสื้อ ลายแนวเส้นตั้งฉาก แนวดิ่ง จะช่วยให้ดูสูงขึ้น และถ้าออกแบบให้ดูผอมลง อาจใช้เพียง2-3 เส้น
เส้นนอน (Horizontal Line) ให้ความรู้สึกสงบ ราบเรียบ แน่นอน มั่นคง ปลอดภัย ความนิ่ง พักผ่อนเป็นธรรมชาติ
เส้นเฉียง (Oblique Line) ให้ความรู้สึกไม่มั่นคงไม่ปลอดภัย ตื่นต้น สนุกสนานแสดงการเคลื่อนที่ ไม่อยู่นิ่ง
เส้นโค้ง (Curve) จะให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว นุ่มนวล อ่อนหวาน เชื่องช้า กระชับและเป็นอันหนึ่งอันเดียว
เส้นกระจาย เป็นเส้นที่ออกจากจุดศูนย์กลางให้ความรู้สึก มีพลังกระปรี้กระเปร่า สร้างสรรค์ เดินทางออกไปทุกทิศพร้อมๆกัน พองออก แตกตัว
เส้นลักษณะอื่นๆ เช่น เส้นหยัก เส้นประ เส้นจุดผสมเส้นประ ต่างก็ให้ความรู้แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า จะนำไปประกอบกับรูปอะไร
3. ทิศทาง (DIRECTION) ทิศทาง คือ ลักษณะที่แสดงให้รู้ว่า รูปแบบทั้งหมดมีแนวโน้มไปทางใด ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกว่า มีการเคลื่อนไหว (Movement) นำไปสู่จุดสนใจ
4. รูปทรง (FORM) เกิดจากระนาบที่ปิดล้อมกันทำให้เกิดปริมาตร (Volume) มี 3 มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ รูปทรงเรขาคณิตและรูปทรงธรรมชาติ
- รูปทรงเรขาคณิต ( Geometric Form ) เป็นรูปทรงที่มีด้านแต่ละด้านคล้ายกัน มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระเบียบ มีแกนที่สมดุล มักจะประกอบด้วยเส้นตรงและเส้นโค้ง ที่มีแบบแผน ได้แก่
- รูปทรงธรรมชาติ ( Original Form) มักจะประกอบด้วยเส้นโค้ง (Curves) เส้นอิสระ ทั้งอยู่ในลักษณะสมดุลและไม่สมดุล รูปทรงธรรมชาติจะให้ความรู้สึกอ่อนไหว
- รูปทรงอิสระ (Free Form) รูปด้านแต่ละด้านมักจะไม่สัมพันธ์กัน ไม่มีความสมดุล ไม่เป็นระเบียบ ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้
การเปลี่ยนแปลงรูปทรง
เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความลงตัว ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ หรือมีรูปทรงใหม่ในเชิงเพิ่ม ลดปริมาตร การแยกส่วน การเจาะทะลุเป็นต้น เช่น

เทคนิคการกลับพื้นภาพมีผลต่อสายตาผู้ดู
จากการออกแบบกลับพื้นภาพ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์งาน เป็นสัญลักษณ์ (Logo) และเป็นที่นิยม เพราะมีความแปลกใหม่ น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีผลของการมองเห็นว่า ภาพสีขาวที่อยู่ในพื้นสีดำ จะทำให้ดูโตขึ้น 10-15 % สังเกตภาพตัวอักษร A ในข้อที่ 6 ตัวอักษรดำและขาวโตเท่ากันในการทำต้นแบบ เมื่อตัว A อีกตัวหนึ่งไปอยู่ในพื้นดำทำให้ดูโตกว่า เทคนิคนี้นิยมนำไปใช้ทำตัวอักษรพาดหัวข่าวสำคัญในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์
ตัวอย่างสัญลักษณ์ (Logo) ที่กลับพื้นหรือใช้เทคนิค ส่วนสีขาวในสีดำ
( ภาพสัญลักษณ์ มาจากหนังสือ โลโก้ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ 2542 )
ขนาดและสัดส่วน (Size & Scale)ขนาด (Size)
ขนาด คือ การเปรียบเทียบรูปร่างหรือรูปทรง การวัดสัดส่วน ระยะหรือขอบเขต
ของรูปร่างนั้นๆสัดส่วน (Scale)
สัดส่วน คือ ความเหมาะสมของสิ่งของตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไป มีความสัมพันธ์กัน
การหาความสัมพันธ์ของขนาดและสัดส่วนในการออกแบบต้องคำนึงถึงขนาดและสัดส่วนของผู้ใช้และกิจกรรมภายในเป็นหลัก ในงานออกแบบโดยทั่วไป มีหลักเกี่ยวกับขนาดและสัดส่วนดังนี้
- ขนาดที่แตกต่างกัน จะให้ความรู้สึกขัดกัน (Contrast)

- ขนาดใกล้เคียงกัน ให้ความรู้สึกกลมกลืนกัน (Harmony)

- ความแตกต่างของขนาดทำให้เกิดความรู้สึกเคลื่อนไหว (Dynamic)
วัสดุและพื้นผิว ( Material and Texture )วัสดุ (Material)
วัสดุ คือ วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ โดยเลือกความเหมาะสม ตรงตามลักษณะของงาน ถ้าทำลงบนกระดาษวาดเขียน อาจเป็นรูปลอกลวดลายต่างๆแบบทึบแสง ถ้าทำลงบนแผ่นโปร่งใสก็ใช้รูปหรืออักษรลอกแบบสีโปร่งแสง เป็นต้น พื้นผิว (Texture)
พื้นผิว คือ ลักษณะเฉพาะ ที่เกิดจากโครงสร้างของวัสดุ อาจนำวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างมา สร้างให้เกิดพื้นผิวใหม่ หรือความรู้สึกในการแยก จำแนกความเรียบความขรุขระ ความแตกต่างของพื้นผิวในทางกราฟิก สามารถแยกออกได้ด้วยประสาทสัมผัส ทางตา เป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวที่แตกต่างกันจะให้ความรู้สึกต่างกัน เช่น
ผิวขรุขระ ให้ความรู้สึกปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง สาก สะดุด หยาบ ระคายเคือง ในบางสถานะทำให้ดูเล็กกว่า ความจริง เช่น ผิวขรุขระของกำแพงที่ก่อด้วยศิลาแลงหรือหิน กาบ จะดูแข็งแรงบึกบึน ในการสร้างงานกราฟิกลงบนกระดาษ เช่น รูปหลังคาบ้านลายสังกะสี กระเบื้องลอนแบบต่างๆ ผนังตึก ซึ่งลวดลาย ขรุขระ เหล่านี้จะนำมาจากแผ่นรูปลอก ซึ่งใน ปัจจุบันใช้ลวดลายสำเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์

ผิวเรียบมัน ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง ลื่น หรูหรา วาบหวาม สดใส แสงสะท้อน ในบางสถานะทำให้ดูใหญ่กว่าปกติ เช่น ผนังตึกที่ฉาบปูนเรียบหรืออาคารที่เป็นกระจกทั้งหลัง จะดูเปราะบาง แวววาว ตัวอย่างงานกราฟิกที่ต้องการความเป็นมันวาว ที่ใช้เทคนิคแผ่นรูปลอกที่มีลายไล่โทนสำเร็จรูป
ตัวอย่างภาพกราฟิกที่สร้างความเป็นมันวาวด้วย เทคนิคพู่กันลม(airbrush) ผสมกับการวาดด้วยมือ
ระนาบ (Plane)
ระนาบ คือ เส้นที่ขยายออกไปในทางเดียวกัน จนเกิดเป็นพื้นที่ขึ้นมา แบ่งได้ดังนี้
1. Overhead plane ระนาบที่อยู่เหนือศีรษะอยู่ข้างบน ให้ความรู้สึกปลอดภัย เหมือนมีหลังคาคลุม มีสิ่งปกป้องจากด้านบน
2. Vertical plane ระนาบแนวตั้ง หรือตัวปิดล้อม เป็นส่วนบอกขอบเขตที่ว่าง ตามแนวนอน ความกว้าง ความยาว
3. Base plane ระนาบพื้น ระดับดิน หรือระดับเสมอสายตา อาจมีการเปลี่ยนหรือเล่นระดับเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ

ขอบคุณสำหรับที่มา : http://webcache.googleusercontent.com/

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

ระบบฐานข้อมูล

Database ฐานข้อมูล หมายถึง แหล่งที่ใช้สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งอยู่ในรูปแฟ้มข้อมูลมารวมไว้ที่เดียวกัน รวมทั้งต้องมีส่วนของพจนานุกรมข้อมูล (data dictionary) เก็บคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของฐานข้อมูล และเนื่องจากข้อมูลที่จัดเก็บนั้นต้องมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันทำให้สามารถสืบค้น (retrieval) แก้ไข (modified) ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ข้อมูล (update) และจัดเรียง (sort) ได้สะดวกขึ้นโดยในการกระทำการดังที่กล่าวมาแล้ว ต้องอาศัยซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับจัดการฐานข้อมูล

Database System ระบบฐานข้อมูล โครงสร้างสารสนเทศที่ประกอบด้วยรายละเอียดของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันที่จะนำมาใช้ในระบบต่างๆ ร่วมกัน

(Database Management System : DBMS) ระบบการจัดการฐานข้อมูล หมายถึง โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ในการบริหารและจัดการฐานข้อมูลในการสร้าง การเรียกใช้ การปรับปรุงฐานข้อมูล เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับระบบฐานข้อมูล โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access, Oracle, My SQL หรือ SQL Sever

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิธีการ Config Access Point

การ setup อย่างง่ายๆ เพื่อทดลองการเชื่อมต่อ ระหว่างอุปกรณ์ชิ้นต่างๆ นั้น ผมแนะนำให้ลองใช้ Setup Wizard เลยครับ ง่ายดี โดยเฉพาะการ Setup ของ D-Link DWL-2000AP+ ที่ผมนำมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ ไม่ต้องลง software อะไรเลยครับ
หลังจากที่ผมแกะกล่องออกมาแล้ว ผมก็จัดการเสียบสาย Power เข้ากับตัว Wireless Access Point ทันที พร้อมทั้งเสียบสาย LAN เพื่อเชื่อมต่อระหว่าง Wireless Access Point กับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ


การติดตั้ง Hardware เรียบร้อบแล้วครับ ต่อไปก็จะเป็นการตั้งค่าตัว Wireless Access Point กันบ้าง ขั้นแรกเลยก็ให้เปิด Web Browser ขึ้นมา ในที่นี้ผมขอใช้ Microsoft Internet Explorer นะครับ จากนั้นก็พิมพ์ 192.168.0.50 ไปที่ช่อง Address ตามรูปแล้วก็กด Enter ครับ หลังจากนั้นก็จะมี Windows เล็กๆโผล่ขึ้นมา ถาม Username และ password ครับ สำหรับ Wireless Access Point ของ D-Link ที่เพิ่งแกะกล่องออกมา จะตั้งค่า Username เป็น admin แต่ไม่มี password ครับ ทีนี้เราก็ป้อน admin ไปในช่อง Username แล้วก็คลิ๊กปุ่ม OK ได้เลยครับ หน้าจอหลักครับ ตอนนี้เราจะเริ่ม Setup กันเลยนะครับ ขั้นแรกให้ลองคลิ๊กที่ Setup Wizard ดู



หน้าจอหลักครับ ตอนนี้เราจะเริ่ม Setup กันเลยนะครับ ขั้นแรกให้ลองคลิ๊กที่ Setup Wizard ดู


ขั้นแรก ที่จะต้องทำคือ เปลี่ยน Password ซะก่อนนะครับ โดยพยายามเลือก Password ที่ไม่ง่ายในการเดาเกินไปนัก ใช้คำที่ไม่มีใน Dictionary ยิ่งปลอดภัยครับ


หลังจากนั้นก็คือการเปลี่ยนชื่อ SSID ซึ่งก็คือระบบ Network ไร้สาย หรือเรียกย่อๆว่า WLAN (Wireless Local Area Network) การตั้งชื่อ SSID นี้ เราสามารถตั้งเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 32 ตัวอักษรครับ

ต่อไปก็คือการเลือก Channel อะไรคือแชนแนล? Channel นั้น คิดง่ายๆก็เหมือนคลื่นความถี่วิทยุนี่เอง พอผมคลิ๊กลงไปที่ Drop Down Menu ก็จะเห็นว่ามีถึง 13 Channel ให้เลือกครับ ค่าที่ตั้งมาจากโรงงานก็คือ 6 ครับ เราสามารถเปลี่ยนเป็น Channel อะไรก็ได้ในภายหลัง เมื่อมีสัญญาณรบกวนจาก Wireless Network ข้างเคียงที่บังเอิญมาใช้ Channel เดียวกับเราครับ
ต่อไปก็คือการ set ค่า WEP WEP ย่อมาจาก Wired Equivalent Privacy แปลเป็นไทยได้ว่า ความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัวเสมือนระบบที่ใช้สาย นั่นเอง ในขั้นต้นนี้ผมขอข้ามไปก่อนก็แล้วกันนะครับ โดยผมจะปล่อยให้เป็นค่า Default ที่ตั้งมาจากโรงงาน คือ Disabled แล้วเดี๋ยวค่อยไปพูดถึงตอน Advance Setting ก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้กำลังเห่อ อยากลองใช้ Wireless LAN แล้วครับ


หลังจากคลิ๊ก Apply แล้ว ก็จะมีหน้าจอขึ้นมาบอกว่า กำลัง restart Wireless Access Point อยู่

ให้คลิ๊ก Continue จากนั้นก็ให้ปิด Web Browser ได้เลยครับ

ต่อมาก็คือการ setup ตัวเครื่องลูกข่ายกันบ้าง ผมจะลองใช้เครื่อง Notebook ของ Compaq Presario X1012AP เป็นตัวทดลองแล้วกันนะครับ เพราะรุ่นนี้มี 802.11b Wireless LAN ติดตั้งมาพร้อมเลย สะดวกดีครับ ไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงมาให้หนักกระเป๋าสตางค์
ทางมุมขวาล่างของหน้าจอจะเห็นรูปจอซ้อนกันสองจอ ซึ่งเป็น icon ของ Wireless LAN อันนึง และของ LAN แบบมีสายอีกอันนึงครับ
วิธีการก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เปิดสวิทซ์ Wireless LAN ที่ตัว Notebook เท่านั้นครับ อย่างในรูปจะเห็นไฟสีฟ้าทางด้านหน้าของเครื่อง แสดงว่า Wireless LAN ได้ถูกเปิดแล้วครับ คราวนี้จะเห็นว่า Notebook ได้เจอระบบ Wireless LAN ของเราแล้ว แต่ก็จะเตือนว่าระบบของเราไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งถามว่า แน่ใจเหรอที่จะ connect ตอนนี้ผมก็อยากจะลองครับ ก็เลยติ๊กเครื่องหมายถูกดังรูปครับ
เสร็จแล้วครับ ง่ายไหมครับ จะเห็นที่ icon ได้เปลี่ยนไป พร้อมทั้งแจ้งว่าการเชื่อมต่อสมบูรณ์แล้วครับ





จบแล้วครับ การ setup แบบที่ง่ายที่สุด แต่ก็ไม่ปลอดภัยที่สุดด้วย ยกเว้นแต่ว่าถ้าบ้านคุณตั้งอยู่ในสวนลึกๆ ที่ห่างไกลจากผู้คน การ setup


แค่นี้ก็เพียงพอแล้วถ้าไม่อย่างนั้นละก็ เราควรที่จะ setup Wireless Access Point ให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นนะครับ


วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สรุปการสร้างฟอร์มที่ได้จากวันที่ 16 ส.ค. 53

วิธีการสร้าง List Values
- เลือก Insert > From > Select (List/Manu)
- แล้วคลิกที่ (List/Manu) ที่ได้มา โดยให้ Preproties ของมันโผล่ขึ้นมา
- แล้วคลิกที่ List Values... จากนั้นจะมีไดอะล๊อกบล็อกโผล่ขึ้นมา ให้ทำการเพิ่มหรือลบตามต้องการ

วิธีการอัพโหลดรูปภาพ
- เลือก Insert > From > File Field


วิธีการสร้าง Checkbox ให้เลือกได้หลายทาง
- เลือก Insert > From > Checkbox

การสร้าง Redio Group ให้เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง
- เลือก Insert > From > Redio Group

การกำหนดให้รับค่าเฉพาะตัวเลข
- เลือก Insert > From > Spry Validation Text Field
- แล้วไปคลิกที่มันสร้างมาเมื่อกี๊ จะโผล่แถบ Properties ขึ้นมา
- ในหัวข้อ Type ให้เลือกเป็นแบบ Integet แล้วติ๊กเครื่่องหมายถูกในช่อง ดังนี้
1.Blur
2.Requied
3.Enforce Pattem
* Min Char คือ การที่เรากำหนดให้ผู้ใช้พิมพ์น้อยกว่าที่เรากำหนด<มันจะเตือนขึ้นมา>
* Max Char คือ การที่เรากำหนดให้ผู้ใช้พิมพ์เกินที่เรากำหนดแล้ว<มันจะเตือนขึ้นมา>
* Min Char ตั้งค่าที่ Preview States เลือก Min.# แล้วจะมีตัวอักษรให้เราขึ้นมาเปลี่ยน
* Max Char ตั้งค่าที่ Preview States เลือก Exeeded Max. แล้วจะมีตัวอักษรขึ้นมาให้เปลี่ยน
* Required คือ การตั้งค่าเมื่อผู้ใช้ลืมพิมพ์อะไรลงไป

วิธีการทำ Password
- เลือก Insert > From Spry Validation Passrord
- แถบ Properties ให้ติ๊กถูกที่ช่อง Blur
* Min Char คือ การที่เรากำหนดให้ผู้ใช้พิมพ์น้อยกว่าที่เรากำหนด<มันจะเตือนขึ้นมา>
* Max Char คือ การที่เรากำหนดให้ผู้ใช้พิมพ์เกินที่เรากำหนดแล้ว<มันจะเตือนขึ้นมา>
* Required ตั้งข้อความเตือนถ้าผู้ใช้ไม่ได้ใส่อะไรในช่อง
* Min.# ตั้งข้อความเตือนถ้าผู้ใช้ใส่น้อยกว่าเรากำหนด
* Exceeded Max. ตั้งข้อความเตือนถ้าผู้ใข้ใส่เกินกำหนด
* Min Letters คือ การกำหนดให้ตัวอักษรห้ามน้อยกว่าที่เรากำหนด
* Max Letters คือ การกำหนดให้ตัวอักษรห้ามมากกว่าที่เรากำหนด
* Min Numbers คือ การกำหนดให้ตัวเลขห้าน้อยกว่าที่เรากำหนด
* Max Mumbers คือ การกำหนดให้ตัวเลขห้ามมากกว่าที่เรากำหนด
* Min Uppercase คือ การกำหนดให้มีตัวพิมพ์ใหญ่ห้ามน้อยกว่าที่เรากำหนด
* Max Uppercase คือ การกำหนดให้มีตัวพิมพ์ใหญ่ห้ามมากกว่าที่เรากำหนด
* Min Special Char คือ การกำหนดตัวอักษรพิเศษห้าน้อยกว่าที่เรากำหนด
* Max Special Char คือ การกำหนดตัวอักษรพิเศษห้ามมากกว่าที่เรากำหนด

หมายเหตุ : เนื้อหาอีกบางส่วนรอสรุปต่อจากเพื่อน ๆ อีกทีหนึ่ง

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การทำภาพโลโม้


1.เลือกภาพที่ต้องการ
2.สร้าง Background ขึ้นมาอีกหนึ่งอัน โดยคลิกขวาที่ Background คลิดที่ Dvplicate Layer
3.เปลี่ยนจาก Nomal เป็น Soft Light
4.สร้าง Layer ขึ้นมาเปลี่ยน Feather เป็น 30px ไปที่เครื่องมือ Rectargvlar Marquee Tool
5.ลากใส่รูปให้เป็นคล้ายกรอปรูป
6.คลิกขาว Select Inverse ใช้เครื่องมือ Paint Bucket Tool เพื่อเติมสีเลือกเป็นสีขาว-ขาว
7.จากนั้นกด Ctrl+J เพื่อ Copy Layer เปลี่ยน Nomal ให้เป็น Overley ท้งสอง
8.แล้วลากเพื่อทำเป็นคล้ายๆ แสงสว่าง แล้วแลื่อน Layer นั้นมาใส่ระหว่างกลางของสอง Layer ก่อนหน้า

ภาพรุ้งกินน้ำ


1.เลืิอกภาพ
2.สร้าง Layer ขึ้นมา
3.จากนั้นไปที่เครื่องมือ Gradient Tool
4.แล้วไปเลือกสีลูกเล่นที่ Special Effects เลือกสีคล้ารุ้ง
5.แล้วนำมาลากใส่ Layer ที่สร้างไว้
6.จัดวางตามต้องการปรับ Opacity ให้จางลง

การเบลอหลังภาพให้ดูเหมือนกล้องถ่ายรูป


1. เปิดไหล์ภาพที่ต้องการเบลอ
2.จากนั้นกด Ctrl+J เพื่อ Copy Layer
3.จากนั้นไปที่ Filter>Blur>Gaussian Blur
4.จะกดที่ Add Vector Mask จะเห็นได้ว่าจะมี Layer ซ้อนขึ้นมา
5.จากนั้นใช้เครื่องมือ Brush Tool
6.ทำการสลับสีโดยกด X ให้สีดำอยู่ด้านบน
7.ทำการ Brush ตรงที่เราไม่ต้องการเบลอ

ภาพสีน้ำ


1.เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการเบลอจากนั้นกดCtrl+Jเพื่อก๊อปLayer
2.จากนั้นไปที่Fiter>Blur>Gaussian Blur
3.ปรับระดับภาพเบลอตามต้องการ
4.จะกดที่Add Vector Mask จะเห็นได้ว่าจะมีLayerซ้อนขึ้นมา
5.จากนั้นใช้เครื่องมือBrush Tool
6.ทำการสลับสีโดยกดxให้สีดำอยู่ด้านบน
7.ทำการBrushตรงที่เราไม่ต้องการเบลอ

สรุป Conept Creative Thinking

การพัฒนาทัศนคติและวิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์
- อย่างคิดในแง่ลบ ต้องคิดในแง่บวก - อย่ากลัว ต้องกล้าเสียง
- อย่าชอบพวกมากลากไป ต้องคิดแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ
- อย่าปิดตนเองในวงแคบ ต้องเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ
- อย่ารักสบาย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ต้องลงแรง บากบั่น มุ่งสู่ความสำเร็จ
- อย่าท้อ แท้ และหมดกำลังใจ ไม่ไม่เจอคำตอบ ต้องอดทน
- อย่าละทิ้งความคิดใด ๆ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไร้ประโยชน์ ต้องชะลอการตัดสินใจ
- อย่ากลัวการเผยแพร่ผลงาน ต้องกล้าเผยแพร่ และกล้าเปิดเผย

ลำดับขั้นในการคิดอย่างสร้างสรรค์ สาเหตุที่ทำให้คิดไม่สร้างสรรค์
- กำหนดเป้าหมายการคิด - ตอบสนองตามความเคยชิน - มองว่าตนเองไม่มีความคิดสร้างสรรค์
- แสวงหาแนวคิดใหม่ ๆ - เต็มไปด้วยความคิดในแง่ลบ - กลัวว่าตนเองจะเป็นแกะดำ
- ประเมินและคัดเลือกแนวคิด - กลัวต่อความผิดพลาดและล้มเหลว - ยึดติดกับกรอบความคิดแบบเดิม ๆ

องค์ประกอบที่ช่วยเสริมสร้าง การเรียนรู้เทคนิคการคิดเชิงสร้างสรรค์
ความคิดแบบสร้างสรรค์ - หาความคิดใหม่ที่หลากหลายด้วยการระดมสมอง - ทำของเก่าให้เป็นของใหม่
- สติปัญญา - ขยายขอบเขตปัญหาจากรูปธรรม นำไปสู่นามธรรม
- ความรู้ - ปรับสภาพแวดล้อมและเวลาทำให้เหมาะสมสำหรับการคิด
- รูปแบบการคิด - จับคู่ตรงข้าม เพื่อหักมุม สู่สิ่งใหม่ ๆ
- แรงจูงใจ - ใช้การเปรียบเทียบเพื่อกระตุ้นมุมมองใหม่ ๆ ความคิดใหม่ ๆ
- สภาพแวดล้อม - กลับสิ่งที่จะคิด ลองคิดในมุมตรงกันข้าม

การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windown XP Professional Service Pack 3

1.Set Bios ให้ Boot เครื่องจาก CD ROM
2.Press and key=กดปุ่มใด ๆ ก็ได้เพื่อให้เริ่มการติดตั้ง Windown
3.Fomat Drive C: โดยกด D>Enter>L
4.สร้าง Drive C: ใหม่ โดยกด C>กำหนดพื้นที่ของความจำที่ Create Partition of Size (inMB)>Enter
5.ทำการติดตั้ง Windown ที่ Drive C: โดย Enter ที่ Drive C แล้วเลือก Fomat the partition using the NTFS filesysten (Quick)
6.พอถึงหน้าต่าง Windown XP Pofessional Setup ให้ทำการตั้งชื่อ และลบ Passwoad ออกทั้งหมด จากนั้น คลิกที่ Next
7.พอถึงหน้าต่าง Display Setting ให้กดปุ่ม OK
8.พอถึงหน้าต่าง Monitor Settings ให้กดปุ่ม Yes
9.พอถึงหน้าต่าง Help Windown XP Professional ให้คลิกที่ Notright Now
10.ให้คลิก Next>NextจนถึงFinish
11.จากนั้นเครื่องก็จะ Restart
12.จะเห็นว่ามี ไอคอน Recycle Bin ขึ้นมา เป็นอันว่าเสร็จการติดตั้งระบบปฏิบัติการ(เหลือแต่การการลง Software อื่นๆต่อไป)

การทำภาพสเก็ต


1. เปิดภาพที่เราต้องการทำภาพสเก็ต
2. หลังจากนั้นให้เรา Copy Layer ภาพที่เราเปิดขึ้นมาอีก 1 Layer
3. หลังจากนั้นให้เปลี่ยนภาพเป็นภาพขาวดำ Image > Adiustments > Desaturate (Shift+Ctrl+U)
4. หลังจากนั้นให้เรา Copy Layer ของภาพที่เป็นภาพขาวดำขึ้นมา 1 Layer
5. หลังจากนั้นให้เรา Invert ภาพ โดยเลือกที่เมนู Image > Adjustments > Invert (Ctrl + I)
6. หลังจากนั้นเปลี่ยนโหมดของภาพเป็น Color Dodge เข้าไปที่เมนู
7. หลังจากนั้นใส่ Effect Filter > Blur > Gaussian Blur ปรับภาพตามเราต้องการให้พอดูดี

การทำภาพวาด


1. เลือกรูปที่ต้องการล
2. Copy Background แล้วไปที่ Filter >Stylize <>
3. จากนั้นไปที่ Filter > Blur > Gaussian Blur
4. ปรับระดับตามความเหมาะสม

ภาพสามมิติ


1. เลือกรูปที่ต้องการ
2. ตัดภาพของเราที่ต้องการจะนำไปใส่ภาพ 3 มิติ
3. จากนั้นสร้างหน้ากระดาษขนาดตามที่ต้องการ
4. แล้วไปเลือกสีที่ต้อการจากนั้นไปที่ Filter > Render > Clouds
5. เลือก Filter > Stylize > Extrude เพื่อปรับภาพ 3 มิติ
6. แล้วนำภาพที่ตัดไว้าลากมาใส่
7. ตกแต่งให้สวยงาม

ภาพฟ้าผ่า


1. เลือกรูปที่ต้องกรา
2. สร้างหน้ากระดาษให้เป็น International Paper
3. ทำ Background ให้เป็น Layer 0
4. เปี่ยนจาก Nomal เป็น Screen
5. เลือก Gradient Tool เปลี่ยนสีให้เป็น ขาว-ดำ
6. ลางลงใน Paper ให้เป็นขาว-ดำ
7. จากนั้นไปที่ Filter > Render > Difference Clouds
8. กด Ctrl+L ปรัป Input Levels ให้เป็น 208 ถัดไปเป็น 0.40
9. กด Ctrl + I ให้เป็นรูปสายฟ้า ลากไปใส่รูปที่เราเลือกไว้
10. จากนั้นกด Ctrl + U เพื่อปรับสี คลิกที่ Colorize ปรับตกแต่งสีตามต้องการ

การทำภาพซ้อน


1. เลือกรูปที่ต้องการจะทำภาพซ้อน
2. ลากรูปที่ 2 มาซ้อนที่ Background เดียวกัน
3. จากนั้นไปที่ Layer > Layer Mask > Reveal All
4. แล้วไปที่เครื่องมือ Gradient Tool เลือกสีขาวดำ
5. แล้วลากเพื่อจะให้ภาพได้ซ้อนกันตามความต้องการ